2006/Dec/31

หลังจากที่ลง Review ตอนที่ 1 ไปแล้วเมื่อวาน วันนี้ก็จะเป็นตอนที่ 2 ของเรื่อง The Mediator นะคะ ซึ่งก็จะเป็นตอนจบแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 ก็ไปอ่านได้ก่อน ที่นี่นะคะ

เอาล่ะค่ะ เราไปอ่านกันเลยดีกว่านะ

The Mediator - Review (2)

เรื่องยิ่งยุ่งกันไปใหญ่เมื่อ Paul Slater ปรากฏตัวขึ้นมาระหว่างซัมเมอร์ เค้ามาเที่ยวกับพ่อแม่และน้องชาย และก็พักอยู่ในโรงแรมที่นางเอกไปทำงานพิเศษ ตอนแรกก็ดูเป็นคนดีที่เพอร์เฟ็คต์มาก เค้ามาชอบนางเอกค่ะ

ตอนท้ายของเล่ม 4 เราจึงจะทราบว่าเค้าเป็น mediator อีกคนนึงด้วย และเพียงเพื่อกำจัด Jesse ให้พ้นทาง (ก็เค้าชอบนางเอกนี่นา)เค้าได้สมรู้ร่วมคิดกับผีอีก 2 ตัวซึ่งมีความแค้นกับ Jesse ตั้งแต่ตอนมีชีวิตอยู่ (ผีอดีตคู่หมั้นของ Jesse เมื่อ 150 ปีก่อน และสามีของหล่อน ซึ่งเป็นคนฆ่า Jesse ตายในห้องที่ต่อมากลายเป็นห้องนอนของนางเอก) ในการทำพิธีขับไล่วิญญาณของ Jesse จากโลกนี้ให้ไปสู่โลกหน้า -- ซึ่งเมื่อวิญญานไปสู่โลกหน้าแล้ว ไม่ว่าไปด้วยความเต็มใจหรือไม่ เค้าจะจากไปตลอดไป ไม่มีทางกลับมาอีก -- เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านแล้วซึ้งมากค่ะ เพราะว่าเมื่อนางเอกได้รู้ว่า Jesse ถูกไล่ไปแล้ว ก็ถึงกับยอมเสี่ยงชีวิต ทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

นั่นก็คือ ทำพิธีขับไล่วิญญาณตัวเองตามไป เพื่อไปพา Jesse กลับมา

เธอไปทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำค่ะ ว่าจะทำได้สำเร็จมั้ย ทำแล้วจะกลับมาเข้าร่างได้หรือเปล่า และถ้าไปพบ Jesse ได้สำเร็จ Jesse จะยอมกลับมาด้วยมั้ย เพราะแน่นอนว่าสำหรับ Jesse การไปอยู่ในโลกหน้า ย่อมดีกว่าล่องลอยอยู่ในโลกนี้ที่ไม่มีใครมองเห็นเค้า นอกจากคนไม่กี่คนที่เป็น mediator

แต่แล้วตอนจบของเล่มนี้ Jesse เค้าก็เลือกที่จะตามนางเอกกลับมาบนโลกอีกครั้งค่ะ ^_^ พร้อมกับการกลับบ้านไปซะของ Paul Slater และครอบครัว

แต่มันไม่ได้จบแค่นั้นค่ะ เพราะวันเปิดเทอมวันแรก (เริ่มต้นเล่ม 5) Paul Slater ก็ได้มาปรากฏตัวอีกครั้ง ที่โรงเรียนของนางเอก เค้ามาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอค่ะ

ซึ่งนางเอกก็ไม่พอใจมากๆ แต่คุณพ่อโดมินิคก็บอกเธอว่า ทุกคนควรได้รับโอกาสแก้ไขสิ่งผิด Paul อาจจะกลับมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่ และเธอก็ควรให้โอกาสเค้า และก็ดูเหมือนว่าที่คุณพ่อพูดจะเป็นเรื่องจริงค่ะ Paul ดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหาอะไร

- เค้ามาที่นี่เพียงเพราะเธออยู่ที่นี่ - นั่นคือสิ่งที่เค้าบอกเธอค่ะ ถึงแม้เธอจะยังไม่ยกโทษให้เค้า แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ค่ะ ว่าแรงดึงดูดของ Paul Slater นั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย ในเล่มนี้เค้าทำให้เธอค้นพบว่าจริงๆ แล้วความสามารถของเธอมีมากกว่ามองเห็นผีมากนัก เพราะเธอสามารถเดินทางไปยังโลกของวิญญานได้ทุกเมื่อที่ปรารถนา โดยไม่ต้องใช้พิธีไล่วิญญานด้วยซ้ำ

Paul บอกว่า เค้ากับเธอสองคน เป็นมากกว่า mediator คือเป็นพวกที่เรียกว่า shifter และ shifter ก็มีความสามารถอีกมากมายหลายอย่างที่เธอคาดไม่ถึงและไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่ง Paul ก็ได้เสนอว่า เค้าจะเป็นคนสอนให้เธอเอง เธอก็เลยถามเค้ากลับไปว่า แล้วเค้าจะมาสอนเธอเพื่ออะไรกัน

และที่ Paul ตอบเธอก็คือ เค้ายินดีจะทำ เพียงเพื่อแลกกับความสุขจากการที่ได้มีเธออยู่ข้างๆ

หลายครั้ง Paul ทำให้เธอได้คิดค่ะ ว่า ความรักระหว่างคนกับผีมันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางจะลงเอยอย่างมีความสุข ที่เธอต้องการคือชีวิตที่เป็นเหมือนคนปกติ และต้องการใครซักคน - ใครซักคนที่มีชีวิต - และจะอายุมากขึ้นไปพร้อมกับเธอ ไม่ใช่ผีที่ไม่มีใครมองเห็น และจะอายุ 20 ปีตลอดไปแบบ Jesse

แต่แล้วสุดท้าย เมื่อ Jesse ตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกที่เค้ามีต่อเธอออกมา เธอก็ไม่สนใจปัญหาที่จะตามมาอีกต่อไป

ทั้งสองคนมีความสุขได้ไม่นานค่ะ Paul ก็วางแผนจะกำจัด Jesse อีกครั้ง คราวนี้ เค้าใช้ความสามารถที่ shifter มีอีกอย่างหนึ่ง คือ การเดินทางข้ามมิติของเวลา (เรียกว่า การ shift) -- เค้าจะกลับไปในช่วงเวลาที่ Jesse ถูกฆ่าตาย (เมื่อ 150 ปีก่อน) และช่วยชีวิต Jesse -- นั่นหมายความว่า ถ้าเค้าทำได้สำเร็จ Jesse กับ Suze จะไม่ได้พบกัน และความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับ Jesse ก็จะหายไปด้วย

ซึ่ง Suze ก็ไม่ยอมอย่างแน่นอน เธอเดินทางกลับไปยังช่วงเวลานั้นเช่นเดียวกันเพื่อหยุด Paul ไม่ให้ช่วยชีวิต Jesse

แต่แล้วเธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเธอกลับไปในอดีต และได้พบกับ Jesse ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ (Jesse ตอนนั้นย่อมยังไม่รู้จักเธอ) เมื่อเธอได้รู้จัก Jesse ในอดีต เธอก็รู้ว่าเธอปล่อยให้ Jesse ตายไม่ได้ เค้าควรได้อยู่ในโลกเมื่อ 150 ปีก่อนต่อไป ที่นั่นย่อมเหมาะกับ Jesse มากกว่าโลกปัจจุบัน

เธอตัดสินใจช่วยชีวิต Jesse เธอยอมที่จะสูญเสียเค้า เพื่อที่จะให้เค้าได้อยู่ในโลกที่ควรจะเป็นของเค้า โลกที่เค้ามีชีวิต มีครอบครัว มีความสุข ไม่ใช่โลกที่เค้าต้องล่องลอยอยู่อย่างไร้จุดหมาย

แต่แล้วเหตุการณ์ก็ผิดพลาดเมื่อ Diego คนที่จะเป็นคนฆ่า Jesse หันมาเล่นงานเธอแทน ฉากที่เกิดการต่อสู้กันขึ้นนี้เป็นชั้นสองของโรงเลี้ยงม้า ซึ่งมีหญ้าแห้งเก็บไว้มากมาย ตะเกียงที่วางอยู่เกิดล้ม ทำให้ไฟลุกทั่วไปหมด Suze ถูกล้อมอยู่ในกองไฟ และ Jesse ก็เข้าไปช่วย และพาเธอกระโดดลงมาจากชั้นสอง

ระหว่างที่อยู่กลางอากาศนั้นเอง เธอ shift กลับบ้าน โดยไม่ได้คิดว่า เธอจะนำทุกสิ่งที่เธอสัมผัสอยู่กลับไปยังโลกปัจจุบันด้วย

และสิ่งที่เธอสัมผัสอยู่ตอนนั้นก็คือ Jesse

เธอทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง ในมิติของเวลาเดียวกัน จะมีทั้ง Jesse ที่เธอพามา และวิญญาณของเค้าที่เธอรู้จักในโลกปัจจุบันไม่ได้ และอีกอย่างก็คือ มีแต่ mediator เท่านั้นที่ข้ามผ่านเวลาได้ Jesse เป็นแค่คนธรรมดา เขาจะต้องตาย ทั้งเขาในอดีต และวิญญาณของเขาในปัจจุบัน

ในขณะที่เธอร้องไห้และยืนมองดูร่างที่หมดสติของ Jesse ที่กำลังจะจากไปตลอดกาลอยู่นั้นเอง วิญญาณของ Jesse ก็ปรากฏตัว เพื่อมาร่ำลาเธอ แล้ววิญญาณ Jesse ก็เดินเข้าไปหาร่างที่กำลังจะตายของตัวเอง สัมผัสร่าง และถูกดูดเข้าไป เพื่อที่จะจากไปพร้อมๆ กับร่างนั้น

เมื่อวิญญาณถูกดูดลงไปแล้ว ร่างของ Jesse ก็แน่นิ่ง นิ่งสนิท

เธอไม่รู้ว่าเธอยืนจับมือที่เย็นเฉียบของ Jesse อยู่นานเท่าไหร่ แต่เธอรู้ตัวอีกครั้งตอนที่คุณพ่อโดมินิคเดินเข้ามาหาเธอ และบอกเธอว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอ สิ่งที่เธอทำ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เธอรัก Jesse มากพอที่จะปล่อยให้เค้ากลับไปอยู่ในโลกของเค้า ไม่มีอะไรที่เธอสามารถให้ Jesse ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการเสียสละนี้

คำพูดของคุณพ่อโดมินิคทำให้เธอคิดถึงประโยคที่เขียนไว้บนโปสเตอร์ที่เธอเคยเห็นบ่อยๆ "ถ้าเธอรักอะไรซักอย่างนึง จงปล่อยสิ่งนั้นไป ปล่อยให้มันเป็นอิสระ -- และถ้ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของเธอ มันจะกลับมาหาเธอเอง"

เมื่อเธอพูดประโยคนั้นจบ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

เธอรู้สึกได้ถึงแรงบีบจากมือของ Jesse ที่เธอจับไว้

Jesse ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

Jesse ที่มีร่าง และมีชีวิต

Jesse ที่กลายเป็น Mediator เหมือนกับเธอ

"ถ้าเธอรักอะไรซักอย่างนึง จงปล่อยสิ่งนั้นไป

ปล่อยให้มันเป็นอิสระ

และถ้ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของเธอ

มันจะกลับมาหาเธอเอง"

>> Happy Ending <<


edit @ 2006/12/31 20:42:48

2006/Dec/31

หวัดดีค่ะ หลังจากไม่เคยได้อัพเลยมาหลายเดือน (แบบว่าไม่ค่อยว่าง)ก็ได้ฤกษ์อัพแล้วค่ะ ตามที่สัญญาไว้ในโพสท์ที่แล้ว (เมื่อนานมาแล้ว) ว่าจะโพสท์ Review เรื่อง The Mediator ให้ได้อ่านกัน วันนี้ก็เอามาโพสท์แล้ว ถึงจะช้าไปนิด (หลายเดือน) แต่ก็ทำตามที่พูดนะคะ จริงๆ แล้วก็เขียนเสร็จไว้ตั้งนานแล้วล่ะค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกคือ ไม่ได้มีเวลามาโพสท์ อืมมม เราไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

The Mediator - Review

เรื่องนี้เขียนโดย Meg Cabot ค่ะ (คนเดียวกับที่เขียนเรื่อง The Princess Diaries) มีด้วยกันทั้งหมด 6 เล่ม ฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วก็มีค่ะ ชื่อว่า "สาวน้อยสื่อวิญญาณ" การเล่าเรื่องเป็นแบบเล่าจากมุมมองของตัวนางเอกเองค่ะ ใช้ภาษาเป็นกันเอง เข้าใจง่าย ส่วนใหญ่ก็จะฮาๆ อ่านแล้วไม่เบื่อ

The Mediator เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กไฮสคูลคนนึง ที่ฝันว่าจะได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างปกติเหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้ค่ะ เพราะว่าเธอมีความสามารถอย่างนึงที่คนอื่นๆ ไม่มี นั่นก็คือ เธอสามารถมองเห็น ติดต่อ พูดคุย หรือแม้กระทั่งสัมผัสจับต้องวิญญาณได้ค่ะ และความสามารถนี้เอง ก็นำมาซึ่งความยุ่งยากอีกหลายๆ อย่างในชีวิตของเธอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหลายครั้งที่ต้องโดนตำรวจจับ โดนคิดว่าเป็นเด็กมีปัญหา หรือว่าโดนส่งไปหาจิตแพทย์ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็รักษาเรื่องความสามารถพิเศษนี้ไว้เป็นความลับได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งแม่และเพื่อนสนิทที่สุดของเธอเองก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย

เราเรียกพวกคนที่มีความสามารถติดต่อกับวิญญาณได้ ว่า พวก mediator ค่ะ

ใช่แล้วค่ะ mediator ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่ก็หาได้ยากมาก

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นที่ แม่ของนางเอกตัดสินใจแต่งงานใหม่ (พ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้วค่ะ) จึงทำให้เธอต้องย้ายจาก New York ไปอยู่กับแม่และครอบครัวใหม่ที่เมือง Carmel แคลิฟอร์เนียเหนือ ซึ่งอยู่ไกลออกไปมากๆ เลย เมืองนี้อยู่ติดทะเลค่ะ บรรยากาศน่าอยู่มาก เธอได้ไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ (บ้านหลังใหม่ที่ไม่ใหม่ค่ะ จริงๆ คือเก่ามาก สร้างมาเป็นร้อยๆ ปี แต่ถูกปรับปรุงใหม่อย่างดี) โรงเรียนใหม่ มีพ่อใหม่ พี่น้องใหม่ และเพื่อนใหม่ พูดง่ายๆ ก็คือ เธอได้เข้าไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ใหม่โดยสิ้นเชิง

เรามาทำความรู้จักตัวละครหลักๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ

Susannah - หรือเรียกสั้นๆ ว่า Suze - นางเอกของเราค่ะ ดูแล้วจะเป็นคนลุยๆ อยู่ซักหน่อย ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนไร้เสน่ห์ แต่เท่าที่อ่านดูแล้วพบว่ามีค่ะ มีมากๆ ด้วย

Jesse - เค้าคนนี้ไม่ใช่คนค่ะ เป็นผี ถูกฆ่าตายในห้องนอนของนางเอกเมื่อ 150 ปีก่อน (อย่างที่บอกค่ะว่าบ้านใหม่นั้นเป็นบ้านที่เก่ามากๆ มันเคยเป็นโรงแรมมาก่อนค่ะ) หลังจากถูกฆ่าเค้าก็สิงสถิตอยู่ในห้องนั้นตลอดมา ลักษณะนิสัยก็ แบบสุภาพบุรุษยุค 150 ปีก่อนอ่ะค่ะ

Paul Slater - เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาในเล่ม 4 ค่ะ เป็นคนที่เรียกได้ว่า ดูแล้วเพอร์เฟ็คต์ไปซะทุกอย่าง พูดง่ายๆ คือ ทั้งหล่อ รวย ฉลาด เป็นนักกีฬา มีอารมณ์ขัน ในชีวิตเค้า ไม่ว่าต้องการอะไร เพียงแค่อ้าปากขอพ่อแม่ก็ได้อย่างที่ต้องการทันที เค้ามีพร้อมทุกอย่าง แม้กระทั่งความสามารถในการติดต่อกับวิญญาณ สิ่งเดียวที่เค้าคนนี้ขาดก็คือ... หัวใจค่ะ เค้าขาดหัวใจ แต่ก็ไม่รู้สิคะ สุดท้ายเค้าอาจจะมีหัวใจก็ได้มั้ง คนเราเปลี่ยนกันได้นี่นา

Father Dominic - เป็นนักบวชค่ะ และก็เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนใหม่ที่นางเอกย้ายไปอยู่อีกด้วย เป็นผู้ทรงคุณธรรมมากๆ ให้โอกาสคนผิดกลับตัวกลับใจเสมอ ที่สำคัญก็คือ คุณพ่อท่านเป็น mediator อีกคนนึงค่ะ

Cee Cee - เพื่อนสนิทคนใหม่ของนางเอกหลังจากย้ายมาที่ Carmel ค่ะ เป็นคนผิวเผือก ผมก็สีขาว

Adam - เป็นเพื่อนใหม่ของนางเอกอีกคนค่ะ เป็นคนที่ฮามากๆ เลย และก็เป็นคนที่ Cee Cee แอบชอบมานาน

ในเรื่องนี้ เมื่อคนเราตายไปแล้ว วิญญาณจะไปสู่อีกโลกนึงค่ะ ซึ่งแม้แต่พวก mediator เองก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นที่ไหนและเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ก็จะมีวิญญาณบางดวงค่ะที่ไม่สามารถไปสู่ที่ที่พวกเขาควรไปได้ เพราะว่ายังมีเรื่องบางเรื่องที่ติดค้างอยู่ ดึงให้พวกเขายังวนเวียนอยู่ในโลกนี้

และก็เป็นหน้าที่ของพวก mediator ค่ะ ที่จะจัดการเคลียร์เรื่องที่ติดค้างอยู่ให้กับวิญญาณเหล่านี้ เพื่อให้พวกเค้าได้ไปสู่สุคติ

ไม่ค่ะ งานของ mediator ไม่ใช่แค่นั้น เพราะว่าวิญญาณบางดวงก็ไม่ทราบด้วยซ้ำ ว่าสิ่งที่ทำให้เค้ายังวนเวียนอยู่ในโลกนี้น่ะ คืออะไร อย่างเช่น Jesse ที่สิงอยู่ในห้องของนางเอกมา 150 ปีแล้ว เป็นต้น และนอกจากนี้ วิญญาณบางดวงก็ยังต้องการเอาชีวิตของตัวเองกลับคืนมา (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) บางดวงก็ต้องการแก้แค้นคนที่ทำให้ตัวเองต้องตาย และ mediator ก็จะต้องคอยหยุดวิญญาณพวกนั้นไม่ให้ทำร้ายใคร และทำให้พวกเค้าไปสู่โลกหน้าให้ได้ (บางครั้งก็ต้องใช้พิธีขับไล่วิญญาณ ซึ่งจะทำให้วิญญาณถูกดูดไปยังโลกหน้าโดยไม่มีทางเลือก ซึ่ง mediator จะใช้วิธีนี้กับวิญญานเมื่อไม่มีหนทางอื่นเท่านั้น)

เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่า การเป็น mediator ไม่ไช่เรื่องง่าย มีหลายครั้งที่ต้องใช้กำลังกับวิญญาณที่ไม่ฟังเหตุผล ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องคนที่จะถูกวิญญาณทำร้าย หลายครั้งนางเอกของเราก็เกือบมีอันตรายถึงชีวิต แต่ว่าสุดท้ายก็รอดมาได้เพราะมีคน -- ไม่ใช่สิคะ ผี ต่างหาก -- ที่มาช่วยชีวิตไว้ได้ทุกครั้งไป เค้าก็ไม่ใช่ใครอื่นค่ะ คือ Jesse ที่สิงอยู่ในห้องนอนของเธอนั่นเอง

นอกจากจะวุ่นวายอยู่กับเรื่องของวิญญาณทั้งหลายแล้ว สิ่งที่ทำให้ชีวิตของ Suze ยุ่งไปอีกก็คือ เธอเกิดไปหลงรัก Jesse เข้าน่ะสิคะ ซึ่งมันเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ค่ะ Jesse เค้าตายแล้วนี่คะ ตายไปนานแล้วด้วย คุณพ่อโดมินิคเมื่อทราบเรื่องก็ได้เตือนค่ะว่า ให้ตัดใจซะเถอะ เพราะว่ายังไงซักวัน Jesse เค้าก็ต้องจากไป เพราะโลกนี้ไม่ใช่ที่ของเค้าค่ะ

และอีกอย่างหนึ่งก็คือ Jesse เค้าเป็นสุภาพบุรุษแบบยุค 150 ปีก่อน ที่เก็บความรู้สึกมากๆ เลย จึงทำให้ Suze คิดว่าตัวเองรักเค้าข้างเดียว

เรื่องราวยุ่งๆ ของ mediator คนนี้ จะเป็นยังไงต่อไป ติดตามต่อได้ในตอนหน้าค่ะ

2006/May/09

หวัดดีค่ะ
ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปพักนึงนะคะ
กลับมาอัพแล้วค่ะ...

สำหรับคราวนี้
ก็จะขอพูดเรื่อง Admission ซะหน่อยดีกว่าค่ะ
ตอนนี้เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็คงจัดการเลือกคณะกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ
หลังจากนี้ก็เป็นช่วงของการรอประกาศผล
ซึ่งก็เข้าใจดีว่าเป็นช่วงที่ทรมานพอสมควรเลย
(ยิ่งใกล้ๆวันผลออกนี่จะกินไม่ได้นอนไม่หลับค่ะ)

อืมม... เขียนมาถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นมาได้ค่ะ
ตอนนี้เราก็ได้ไปชวนเพื่อนมาเขียนบล็อกที่ exteen เพิ่มอีกคนแล้วนะคะ
เค้าก็คือ... ปราโมทย์ คนธรรมะธรรมโมประจำห้องเรานี่เอง
นอกจากชื่อ ปราโมทย์ ไอ้โมทย์ หรือ อ้น แล้ว
เค้าคนนี้ยังถูกรู้จักกันดีในชื่อว่า เณรโมทย์ หรือ พระโมทย์ หรือ มหาโมทย์ ด้วย
ตอนนี้ก็เพิ่งกลับมาจากปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์ได้ไม่นาน
(นายนิสิตแพทย์กลางทุ่งก็ไปกับเค้าด้วยค่ะ)
พูดง่ายๆ ว่ารายนี้มีปฏิบัติธรรม หรือบวชเณรที่ไหน ไม่เคยพลาด
และบล็อกที่ปราโมทย์ตั้งใจจะเขียน ก็จะเกี่ยวกับอะไรไปไม่ได้ค่ะ
นอกจาก...
" ----- ธรรมะ ---- "
คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ
เราน่าจะได้เห็นบล็อกธรรมะของปราโมทย์กันแล้วล่ะค่ะ

และสำหรับใครที่อยากอ่านอะไรคลายเครียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ Admission
ก็ไปลองอ่าน "แฟนพันธุ์แท้ Admission" ได้ที่นี่ค่ะ
เพื่อนเราแต่งเองค่ะ ตลกดีนะคะ

ตอนนี้การเรียนแคล อ.ใหญ่ ก็ได้ก็ปิดคอร์สไปเรียบร้อยแล้ว
(ทั้งๆ ที่รู้สึกว่ายังไม่รู้เรื่องอะไรซักนิดเลยแฮะ)
ก็เลยว่างตลอดค่ะ แต่ก็มีข้อเสียคือไม่ค่อยเจอเพื่อนๆ
ช่วงนี้ก็ตั้งใจจะอ่านหนังสืออย่างเดียวค่ะ
รู้สึกว่าจะติดหนังสือขนาดหนัก
เพิ่งอ่านจบไป 1 เรื่อง คือ The Mediator (ซึ่งมีทั้งหมด 6 เล่ม)
ก็ชอบมากๆ ค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะเขียน Review มาลงให้ได้อ่านกันเร็วๆ นี้

ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะเปิดเทอมแล้วค่ะ (5 มิถุนา เปิดเทอมค่ะ)
ชีวิตคงเปลี่ยนไปมากมาย หลังจากเข้าไปเรียนในมหาลัยแล้ว
และก็คงคิดถึงเพื่อนๆ มากๆ ด้วย
วันจันทร์ที่ 15 นี้ ห้อง6/1 เราก็มีนัดกินหมูกะทะกันค่ะ
แล้ววันอังคารที่ 16 (ตอนนั้นโรงเรียนเปิดแล้วค่ะ) ก็จะไปปรากฏตัวกันที่โรงเรียนด้วย
ย้อนบรรยากาศเก่าๆ ค่ะ

คิดแล้วก็เศร้านะคะ

วันนี้ก็คงเอาไว้แค่นี้ก่อน~

แล้วจะมาอัพอีกค่ะ


~ Until Next Time ~


edit @ 2006/05/09 23:33:45